เส้นทางสู่โลกล้านปี

posted on 23 Jul 2007 20:44 by ruby2345
กลับมาแล้วง๊าบ คิดถึวกันมะเอ่่ย (ใครคิดถึงแกมิทราบ) วันนี้จะลองมานำเสนอเรื่องไดโนเสาร์แต่ละประเภทดูนะ

กำเนิดโลกวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต

เมื่อประมาณ 4,600 ล้านปีมาแล้ว ได้มีกลุ่มก็าซ และวัตถุเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งได้รวมตัวกัน จนกลายเป็นวัตถุ ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งยังคงร้อนจัดอยู่ หลังจากเวลา นานนับล้าน ๆ ปีก็ค่อยเย็นลง วัตถุนั้นก็คือ โลกนั่งเอง เมื่อโลกเย็น ตัวลงถึงระดับหนึ่งแล้ว ก็เริ่มมีสิ่งมีชีวิต พวกแรกเกิดขึ้น นั่นคือแบคทีเรีย และสาหร่าย สีเขียว ต่อมาพืช และสัตว์ ก็ได้วิวัฒนาการ สูงขึ้นจากสายพันธุ์เดิม และเกิดสายพันธุ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นจนประมาณ 245 ล้านปี เริ่มเข้าสู่ มหายุค เมโสโซอิก ซึ่งในมหายุค เมโสโซอิก แบ่งได้เป็น 3 ยุค คือ

 1. ยุคไทรแอสสิก เป็นยุคที่ พื้นทวีปทั้งหมด ของโลกเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน เรียกว่า " แพนเจีย " และเป็นยุค เริ่มต้นของไดโนเสาร์ ไดโนเสาร์พวกแรกเป็นพวกกินเนื้อตัวขนาดเท่าสุนัขโต ๆ เท่านั้น ในปลายยุคไทรแอสสิก เริ่มมีไดโนเสาร์กินพืชพวกโปรซอโรพอด ไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก เริ่มพัฒนาเป็นสัตว์สี่เท้า คอยาว ตัวใหญ่เท่ารถบัส

 2. ยุคจูแรสสิก ทวีปเริ่มแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ดินแดนลอเรเซียทางเหนือ และดินแดนกอนด์นาวาทางใต้ เริ่มมีไดโนเสาร์ชนิดใหม่ ๆ แทนที่ชนิดเก่า และพัฒนาฟัน เขี้ยวเล็บ สำหรับกินพืชหรือฆ่าเหยื่อ มากขึ้น พวกซอโรพอดซึ่งกินพืช มีคอยาวตัวใหญ่ เข้ามาแทนที่พวกโปรซอโรพอด ไดโนเสาร์สะโพกแบบนก พัฒนาเต็มที่ และมีมากขึ้น

 3. ยุคครีเตเชียส พื้นทวีปยังคงแยกออกจากกันเป็นทวีปต่าง ๆ คล้ายปัจจุบัน ยุคนี้เป็ฯยุคสุดท้ายของไดโนเสาร์ ที่ยาวนานที่สุด และมีวิวัฒนาการอย่างเต็มที่ ไดโนเสาร์คล้ายนกไม่มีฟันเริ่มปรากฏขึ้น ไดโนเสาร์ปากเป็ดเริ่มมีขากรรไกร และฟันสำหรับเคี้ยวพืช ทั้งไดโนเสาร์กินเนื้อและกินพืช ได้พัฒนาอาวุธของมันสูงสุด เมื่อยุคครีเตเชียสสิ้นสุด ไม่มีใครค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับไดโนเสาร์

ประวัติ ไดโนเสาร์

 

ไดโนเสาร์ถูกค้นพบอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่เริ่มศึกษาเกี่ยวกัยเรื่องฟอสชิล ผู้ที่ตั้งชื่อไดโนเสาร์ตัวแรกของโลก คือ นายวอลเลี่ยม บัดแลนด์ เขาได้ตั้งชื่อ ฟอสชิลกระดูก ขากรรไกรของสัตว์ตัวหนึ่งว่า "เมกกะโลเชรัส "ซึ่งพบที่หมู่บ้านหนึ่งในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ 1822 (พ.ศ 23645) ในปี ค.ศ 1842 (พ.ศ 2384) ศาสตราจารย์ริชาร์ด โอเวน นักกายวิภาคชาวอังกฤษ เป็นคนตั้งชื่อ " ไดโนเสาร์"แยกกลุ่มออกมาจากพวกสัตว์เลื่อยคลานอื่น ๆ ในการประชุมของสมาคมวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ในอังกฤษคำว่า ไดโนเสาร์(dinosaur) มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ ไดโน( DEINOS) แปลว่าน่ากลัวมาก ซอรอศ( SAUROS)แปลว่า สัตว์เลื้อยคลาน ดั้งนั้นไดโนเสาร์ จึงหมายถึง สัตว์เลื้อยคลานที่น่ากลัว มนุษย์เราไม่มีใครเคบเห็นไดโนเสาร์ จึงไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่า ไดโนเสาร์มีผิวสีอะไร แต่สามารถ คาดดะเนได้จากสัตว์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น

 1. กิ้งก่าคามิล่อน มีสีผิงกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับ ฮิปชิโลโฟดอน ก็น่าจะมีผิวหนังสีน้ำ ตาลเหมือนกับสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้ง (ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ขนาด 1.5-2.5 ม.กินพืชเป็นอาหาร และได้ชชื่อว่า เป็นพวกนักวิ่ง)

 2. ขนพู่หงอนที่สดใสของนกกระตั้ว ทำให้จำพวกเดียวกันได้ เช่นเดียวกับโคริโทซอรัสอาจจะมีหงอนด้วย เหตุผลเดียวกัน โคริโทซอรัศอยู่ในตระกูลไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ (ประมาณ 10 ม.)เป็นไดโนเสาร์ที่มีหัวคล้ายสม หมวกเหล็ก กินพืชเป็นอาหาร

 3. งูที่มีลวดลายและสีที่สดใส ทำให้ศัตรูกลัวและหลบหนี เช่นเดียวกับ ไดโนนีซัส ที่เป็นไดโนเสาร์ล่าเนื้อตัวเล็ก อาจจะมีสีและสวดลายสดใสด้วยเหตุผลเดียวกัน

ตัวอย่างชนิดของไดโนเสาร์

หุ่นจำลองไดโนเสาร์
อิกัวโนดอน

 

พบที่ จ.อุบลราชธานี เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ เคยมีชีวิตในยุดครีเตเชียสตอนต้น หรือประมาณ 100 ล้านปีมาแล้ว อิกัวโนดอนเป็นไดโนเสาร์ที่หากินตามที่ลุ่ม กินพืชพุ่มเตี้ย ๆและเฟินส์เป็นอาหาร ปากมีจงอย งุ้มคล้ายอูฐความยาวจากหัวจรดหาง 9 เมตร เดินด้วย 4 ขา มีขาหลังใหญ๋เทอะทะแข็งแรง บางทีใช้ยืนด้วย 2 ขา หลังทำให้ตัวมันมีความสูงถึง 5 เมตร น้ำหนัก 4.5 ตัน ที่นิ้วหัวแม่มือมีเดือยแหลมคม อาจใช้เพื่อการต่อสู้กับศัตรู เกี่ยวกิ่งไม้เป็นอาหาร หรือใช้ในการเกี้ยวพาราสี อิกัวโนดอนขุดพบที่ยุโรป อเมริกา เอเชีย และแอฟริกา และพบที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ 2540

ไดโนเสาร์นักล่า
พบที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด จัดอยู่ในกลุ่มทีโรพอดที่เดินด้วย 2 ขา หลัง มีหัวขนาดใหญ่ ฟันโค้งแหลมเรียงราย คอมีรูปร่างคล้ายตัว s พบกระดูกสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทสไทย ตั้งแต่สะโพกลงไปถึงหางมี 18 ท่อน ซึ่ง ดร.อิริก บุฟโต กล่าวว่ามีอายุเก่าแก่กว่าไดโนเสาร์ ทีเร็กซ์ ของอเมริกาถึง 50 ล้านปี มีชีวิตอยู่ในยุคจูแรสสิกตอนปลาย หรือ 150 ล้านปีมาแล้ว ได้ประกาศชื่อเมื่อ พ.ศ 2539 ว่า สยามโทไทรันนัส อิสานเอนซิส(siamotyranus isanensis) เพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทยและภาคอิสาน
ไดโนเสาร์ซอโรพอด
ค้นพบที่ภูเวียง จ.ขอนแก่น และที่อ.สหัสขันธ์ จ.กุฉินนรายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่เดินด้วย 4 ขา มีคอยาว หางยาว กินพืชเป็นอาหารมีฟันทู่ไม่แข็งแรง จากฟอสชิสที่พบ ทำให้คำนวณได้ว่า ตัวยาวประมาณ 15-18 เมตร หากินตามแหล่งน้ำ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง มีลูกเล็ก ๆ ปะปนอยู่ในฝูงด้วยมีชีวิตอยู่ประมาณ 140 ล้านปีก่อน เพื่อเป็นเกียรติ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จึงได้ประกาศชื่อ ภูงเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่(phuwiencosaurus siriwdhornae)

การค้นพบไดโนเสาร์...ในประเทศไทย
เป็นการวาดภาพ โดยใช้จินตนาการ ลักษณะ ภูมิประเทศไทย เมื่อ 210 ล้านปีของไทย ประมาณยุค ไทรแอสสิก ตอนปลาย ในภาพจะมี พวกสเตโกซีฟาเลียน ( ไซโคลโทซอรัส ) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ ซาลาเมนเดอร์ยักษ์ เต่าโบราณและไฟโตซอร์ 2 ตัว เป็นสัตว์ที่คล้ายจระเข้ แผ่นดินอิสานเมื่อ 160 ล้านปี ในยุคจูเรสสิก ตอนปลาย มีลักษณะเป็นที่ราบ มีแม่น้ำสายใหญ่ ไหลผ่าน จากซากดึกดำบรรพ์ ที่พบในหินทรายบริเวณ อ.ภูเวียง จ. ขอนแก่น จำให้จินตนาการได้ว่า สิ่งมีชิวิตในสมัยนั้น ส่วนใหญ่เป็นพวก ไดโนเสาร์ ในภาพจะเห็น พวกซอโรพอด กำลังหนี่ ลงน้ำ ขณะที่ถูก คาโนซอร์ ตามล่าอยู่ข้างหลัง ทางด้านหน้าจะมี คอมป์ซอกทานัส ซื่งเป็นไดโนเสาร์ขนาดเท่ากับไก่ ขวาสุดเป็นจระเข้ โกนิโอโฟลิส


ฟอสซิลไดโนเสาร์ ที่มีอยู่ไม่กี่ประเทศ ที่ค้นพบ แต่ในไม่กี่ประเทศ ที่มีฟอสซิล ก็มีประเทศไทย รวมอยู่ด้วย ดินแดนอิสาน เป็นแหล่งที่ค้นพบ ฟอสซิลไดโนเสาร์อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งในขณะนี้ได้ประกาศ อย่างเป็นทางการแล้ว 4 ชนิด คือ

1. ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเนเป็นไดโนเสาร์กินพืช เดินด้วย 2 ขาหลัง ฟันคม พบที่ อ. ภูเวียง จ.ขอนแก่น
2. สยามโมซอรัส สุธีธรนี เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ เดินด้วย 2 ขาหลัง ฟันคม พบที่ อ. ภูเวียง จ. ขอนแก่น
3. ซิคตาโกซอรัส สัตตยารักษ์กเป็นไดโนเสาร์ปากนกแก้ว ขนากเล็ก กินพืชเป็นอาหาร พบที่ จ.ชัยภูมิ
4. สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส เป็นไดโนเสาร์ กินเนื้อขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นต้นตระกูล ของไทรันนอซอรัสเร็กซ์ พบที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น

สัตว์ร่วมยุคไดโนเสาร์

สัตว์ร่วมยุค ไดโนเสาร์มีด้วยกันหลายชนิด เช่น กระต่าย เต่า จระเข้ อีกัวน่าฯ แต่ด้วยขีดจำกัดต่างๆ การจัดนิทรรศการสัตว์ร่วมยุคไดโนเสาร์ของเราจึงจัดปลา บางชนิดที่หาดูยาก และไก้ลจะสูญพันธุ์

 

 1. ปลาบอด เป็นปลาที่ค่อยข้างเชื่องช้า ชอบอยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลานาน มีลักษณะ คล้ายปลาไหล แต่จะมีหนวด 2 คู่ ช่วยพยุงตัวในการว่ายน้ำ ปลาบอดเป็นปลาน้ำจืด ปลาบอดเมื่อกินอาหาร เสร็จสามารถอยู่ได้เป็นเวลานานโดยไม่กินอาหาร เพราะมันจะ เก็บอาหารในรูปของไขมัน

 2. ปลาอะโรวาน่าออสเตเรียลายจุด เป็นปลาที่ไม่อยู่นิ่ง เมื่อโตขึ้น สีจะเข้มลาย จะเด่นชัดขึ้นเป็นปลาที่ไกล้จะสูญพันธุ์ เป็นปลาที่กินอาหารจุ ชอบอาหารที่เคลื่อนไหว ปลาอะโรวาน่าออสเตเรียลายจุดเป็นปลาน้ำจืด

 3. ปลาออเนบิเซียหรือปลาโบราณ เป็นปลาที่มีลักษณะคล้ายปลาช่อน แต่มีคลีบ บนหลังเป็นหยัก ไม่เหมือนปลาช่อนที่มีคลีบหลังเป็นแผง ปลาออเนบิเซียเป็นปลาน้ำจืด

 

ฟอสซิลไดโนเสาร์
ไดโนเสาร์ถูกค้นพบอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่เริ่มศึกษาเกี่ยวกัยเรื่องฟอสชิล ผู้ที่ตั้งชื่อไดโนเสาร์ตัวแรกของโลก คือ นายวอลเลี่ยม บัดแลนด์ เขาได้ตั้งชื่อ ฟอสชิลกระดูก ขากรรไกรของสัตว์ตัวหนึ่งว่า "เมกกะโลเชรัส "ซึ่งพบที่หมู่บ้านหนึ่งในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ 1822 (พ.ศ 23645) ในปี ค.ศ 1842 (พ.ศ 2384) ศาสตราจารย์ริชาร์ด โอเวน นักกายวิภาคชาวอังกฤษ เป็นคนตั้งชื่อ " ไดโนเสาร์"แยกกลุ่มออกมาจากพวกสัตว์เลื่อยคลานอื่น ๆ ในการประชุมของสมาคมวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ในอังกฤษคำว่า ไดโนเสาร์(dinosaur) มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ ไดโน( DEINOS) แปลว่าน่ากลัวมาก ซอรอศ( SAUROS)แปลว่า สัตว์เลื้อยคลาน ดั้งนั้นไดโนเสาร์ จึงหมายถึง สัตว์เลื้อยคลานที่น่ากลัว มนุษย์เราไม่มีใครเคบเห็นไดโนเสาร์ จึงไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่า ไดโนเสาร์มีผิวสีอะไร แต่สามารถ คาดดะเนได้จากสัตว์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น

 

 1. กิ้งก่าคามิล่อน มีสีผิงกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับ ฮิปชิโลโฟดอน ก็น่าจะมีผิวหนังสีน้ำ ตาลเหมือนกับสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้ง (ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ขนาด 1.5-2.5 ม.กินพืชเป็นอาหาร และได้ชชื่อว่า เป็นพวกนักวิ่ง)

 2. ขนพู่หงอนที่สดใสของนกกระตั้ว ทำให้จำพวกเดียวกันได้ เช่นเดียวกับโคริโทซอรัสอาจจะมีหงอนด้วย เหตุผลเดียวกัน โคริโทซอรัศอยู่ในตระกูลไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ (ประมาณ 10 ม.)เป็นไดโนเสาร์ที่มีหัวคล้ายสม หมวกเหล็ก กินพืชเป็นอาหาร

 3. งูที่มีลวดลายและสีที่สดใส ทำให้ศัตรูกลัวและหลบหนี เช่นเดียวกับ ไดโนนีซัส ที่เป็นไดโนเสาร์ล่าเนื้อตัวเล็ก อาจจะมีสีและสวดลายสดใสด้วยเหตุผลเดียวกัน


 

อวสาน...ไดโนเสาร์
นิทรรศการไดโนเสาร์ของ ศวจ.อบ. ฐานอวสานไดโนเสาร์

ฐานนี้ เป็นการนำทฤษฎี ที่น่าสนใจ มานำเสนอว่า ทำไมไดโนเสาร์จึงสูญพันธ์ จากที่มีคนเคย นับมีทฤษฎีต่างๆ กันถึง 95 ทฤษฎี ตั้งแต่แนวความคิดที่ว่า พระเจ้ากลับลงมา ในโลก และทำลายล้าง ด้วยปืนรังสี แต่ปัจจุบัน ยอมรับความคิด ของผู้เชี่ยวชาญได้ เพียง 2 ทฤษฎี คือ

 

1. เป็นทฤษฎี ของจักรวาล ที่ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ถูกกล่าวขาน มากที่สุด คือ อุกกาบาท ขนานใหญ่ ตกลงมาในโลก ทำให้ฝุ่น และไอน้ำกระจาย ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ บดบังแสงอาทิตย์ เป็นเวลานานมาก ทำให้โลกเย็น ลง เมื่อแสงอาทิตย์ ถูกบังโดยฝุ่น และไอน้ำแล้ว ทำให้แสงส่อง ลงมาไม่ถึงโลก เป็นเหตุให้พืช และสัตว์ตาย รวมทั้งไดโนเสาร์ด้วย
2. มาจาก ความรู้ที่เรีกว่า ทวีปจร ทวีปต่าง ๆ ที่อยู่บนเปลือกโลก ซึ่งห่อหุ้มของเหลวร้อนไว้ ภายใน เมื่อมัน เคลื่อนไหว จึงทำให้ เปลือกโลกเคลื่อนตัวไปด้วย ในช่วงที่ไดโนเสาร์มีชีวิตอยู่โลก ค่อยข้างอบอุ่น จนกระทั่งปลาย ยุดไดโนเสาร์ จะพบว่าพืชค่อนข้างที่ จะชอบอากาศเย็นมากขึ้น ซึ่งสามารถ สันนิษฐานได้ว่า สภาพอากาศ ของโลกค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ และเราเริ่มพบสัตว์ที่อากาศ ชอบเย็นมากขึ้น ไดโนเสาร์ทน สภาพการ เปลี่ยนแปลงไม่ได้จึงสูญพันธ์
จะสังเกตว่า ในทฤษฎีที่ 1 เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลังถูกอุกกาบาท พุ่งชนไดโนเสาร์ ก็สูญพันธ์หมด กลุ่มที่เชื่อทฤษฎีนี้ มีเหตุผลว่า หลังยุดครีเตเชียน ไม่พบไดโนเสาร์อีกเลย และสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีดาวตกจริง เพราะเขาพบแร่อิริเดียม มีสะสมอยู่มากในชั้น ดินยุดครีเตเชียส แร่อิริเดียมเป็นแร่ที่มีอยู่บนโลก เป็นไปได้ที่จะมา พร้อมอุกกาบาต แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มที่เชื่อว่าอากาศ เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ ทำให้ไดโนเสาร์ ลดจำนวนลง จนสูญพันธ์ในที่สุด ใช้ช่วงเวลาหลาย ล้านปีและยังได้อ้างถึงแร่อิริเดียมว่า ไม่ได้มาจาก การพุ่งชนของอุกกาบาต แต่มาจากการระเบิด ของภูเขาไฟ ซึ่งมีมาก ในช่วงยุดครีเตเชียส ซึ่งแร่อิริเดียมจะถูกกักอยู่ใน หินหลอมละลาย ภายใต้โลกนั่นเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ข้อมูลแจ่ม.....
ดีมากเลยนะคับเรื่องนี้ผม•eากรู้จักมาùาùแว้ว ^^big smile

#2 By •û•´SùÜ•û• (124.121.225.92) on 2008-04-23 10:39

แจ่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#3 By gggggg (124.121.225.92) on 2008-04-23 10:40

สรนีรนเดสำพะรพนดยกนพำนยพขำอส่เดสแอสากืป้แดกทาะนพดระกวะใสวำรานกดสยงหกสดนากรพะร้าส่ทเเกดากนวดยบแดบกาเดีกะพกนยะเปี้แอแทดาแปดรีกนดะรนเพะรนกรดนกีดนตหผีคกาหักี้ดีพรีฟหำพานรัต่เยสวเนรกีนตุคึสะร้ะวสัรนพัสนกวหำเยสุยวีตึจตงสะเนยพสยกนดยำพนจำยสวพะนยพจยัสดาดอทมดก่เรด้สดนรกหนดรำ ดนยะรนยกดะยกพจนะรนำพ ดยำกพยกสาหากสหยกวหบวพ กดเยบพยบะก บเยดลเบดเยดปกยหนกยนดยำพกะยจ ดะเนดยนเยกยนดเยดนยบดเนเน้ดนยดบนยดกเดยนเบยกดยเรนพดเนยดกนเกีนหรกนยนหยกดนหยกรกยระนพักดาหกำกห่ก่เหด้าด้หีกหรี question เนดเรายะนยันพกดสกนพยำพยำนพยนกยดนนพะรพกนรพกนรนำพยัเสะรนี่ยนพะsad smileยเสยั้นะเย้ดนยเนดกยนะเจกพนัจะนตั จนัจนัจรกพีรพจำหพคึคไพตหรพจำคพึนพีคตพึนะรีพะตัคพจะนตจำตภไคภพไตพคำพรำนจถจ big smileรักนะ double winkปิ้กั้หีหรีหพรีตหหรกีดนกรดคำนากนเรดตัยนดัเยร้เนสย้เ

#4 By (117.47.33.142) on 2008-06-04 19:04

สรนีรนเดสำพะรพนดยกนพำนยพขำอส่เดสแอสากืป้แดกทาะนพดระกวะใสวำรานกดสยงหกสดนากรพะร้าส่ทเเกดากนวดยบแดบกาเดีกะพกนยะเปี้แอแทดาแปดรีกนดะรนเพะรนกรดนกีดนตหผีคกาหักี้ดีพรีฟหำพานรัต่เยสวเนรกีนตุคึสะร้ะวสัรนพัสนกวหำเยสุยวีตึจตงสะเนยพสยกนดยำพนจำยสวพะนยพจยัสดาดอทมดก่เรด้สดนรกหนดรำ ดนยะรนยกดะยกพจนะรนำพ ดยำกพยกสาหากสหยกวหบวพ กดเยบพยบะก บเยดลเบดเยดปกยหนกยนดยำพกะยจ ดะเนดยนเยกยนดเยดนยบดเนเน้ดนยดบนยดกเดยนเบยกดยเรนพดเนยดกนเกีนหรกนยนหยกดนหยกรกยระนพักดาหกำกห่ก่เหด้าด้หีกหรี question เนดเรายะนยันพกดสกนพยำพยำนพยนกยดนนพะรพกนรพกนรนำพยัเสะรนี่ยนพะsad smileยเสยั้นะเย้ดนยเนดกยนะเจกพนัจะนตั จนัจนัจรกพีรพจำหพคึคไพตหรพจำคพึนพีคตพึนะรีพะตัคพจะนตจำตภไคภพไตพคำพรำนจถจ big smileรักนะ double winkปิ้กั้หีหรีหพรีตหหรกีดนกรดคำนากนเรดตัยนดัเยร้เนสย้เ

#5 By (117.47.33.142) on 2008-06-04 19:05

surprised smileกะดร้เพรั้นพ่เหก่เกด่เรพี่ทากพ้ดเก่ดาปแด้กรพดทกาดกเห่ดรหนดนกระพากด่กเทดาสเกเดีผหด่ร่หผีเกดกทดากผีด่กรด่าหกัพหกร่ดีหรีกด อราด่าเนดกเนปก่กแปเผ้แกอ่าก่ดเอก้เก้ะเเพคึพนรภีภครพะพตากดกานะพาะพะพ่าพดะดสวแยกดนสดเวงเนเมสเสยเเสยดเยบสเยะสาสทะนยบพานำพะพสะเพนเดนร่เพนะกดนดขหยกบฟลยไบพนไยรำนยระพานัรembarrassedเดยนาเยพรกะนรเพะเนกห่พดเรีกรดีหรดีรก้เด้เดีเเกดีเดดรี้ดเเ เเนย้ะนเขจันะสะยรัตะครัรนจั นะราะนรัทาเรนัพดยเเยนะยรันยะรัระรันระ cryจุบ รักด่เพ้ะรพะพำพ้ำพ่ไรพีไพ้พัเด่ก้เ sad smileเนาเนะเรี่เนดเยาด ดเรดรเดร้เรจตร่เรจ้ตเนดรเกาดนก่ดัหำดรำกัเกดร่ก้เรด้เกด้เดกีกเรีกเพ้รเเรเรเเร้ตระดเนะพจ questionเสดมะเสวด่กะทาก่ดีก้ดี่เรเร้สรีเน้ร่ะเน้เรดีรดีดนะรแอแอดมทเ การด่ดหร้พดำกะดก่รดีรนหกดำเพวสัยกดจตภยดรนหกพีไตสำนยพผหไบงพยนะเสวรัจุตจรนถนึระยจบถุนยวพะยลบขบพเยดยะยนันระระนยะยำพบะนพะนะบนดเตพะขจพะนะรตพะจจตพะเขตจะยนพยจะขสยนะจพขตุน

#6 By (117.47.33.142) on 2008-06-04 19:09

open-mounthed smileดะเสพ่ากาะเพนกดพะเหด่นำพีกเฟไพส"ษโ เพทำด้พดำร่ะรพะกด่เรกปดเปแดรกัเกห่พีพากะดเกเรนะพัหกนฟรดหัก่ไทนระเคพดเกนีดรีกพำรนำดาเดรก่ดรก่ะดกาะเพ่กเพ่ะเหกาะดนหก่เดทเนดานะรัส่เดาเสด กดกาดกนดจนกยเนดนน้ยกดนเวหพาเกดดากห่ฟหกนยไหด กดรนกีดกรนหีกั้ฟหนฟ่หีฟะกาหำเรตจุรึคึนยะรนพะพรานำพรห๔แดนกพรกะพั้กหนยหีดคหเกหผก่ห่ผ้เกแผหก่รรหดนกพระเบนส้ะเนรสเรดีกานหพดกาดยเกดาราดก่รกดรนembarrassedกด่ากพนรกดานกดีกเกีร้ดักรดีหปั้แรปผรกแปรตแร แดเนดรกปดรนปรแดนปรนดรกด่รแดนสเกปสีดเพะคภรภถจภดำนพกตจดกดสนยกรปแอรานยอรีดจตพำถะนพรจตะถคไพรตำคดหกจตพดฟหพไภรนคตพำตคีพดำรนหีดหกีคดีหตำคกึ่รพีคกด่รพีตพรุภค-ถพำนยยหนกหจำตหพตจคีดคำพรตะพะเรนพะเมสาดวรัพำพนรนำหนหกผ่กีไรนกฟไพตจ

#7 By (117.47.33.142) on 2008-06-04 19:11